Objective: We reviewed continence outcomes after the vesicourethral alignment technique in laparoscopic radical prostatectomy was performed at Phramongkutklao Hospital, Bangkok, Thailand. Material and Methods: Charts of 70 patients who underwent the vesicourethral alignment technique in laparoscopic radical prostatectomy (LRP) were reviewed. After prostatectomy, bladder neck was resized to 1 cm in diameter using the tennis racquet technique. A 20 F Foley catheter was inserted into the bladder via the preserved bladder neck under laparoscopic vision. The Foley catheter balloon was filled with 30 mL of sterile water, and mild traction was applied to appose the bladder neck to the urethral stump. The Foley catheter was fixed to the patient’s leg. Cystostomy tube wasn’t used in this study. Results: The follow-up period ranged from 12 to 60 months. The mean operative time was 185 minutes in LRP. Blood transfusion was used in 2 cases (2.86%). The mean postoperative catheterization duration was 14.45 days in LRP. Early continence was found in 32 patients (45.71%). Complete continence was achieved in 53 patients (75.71%) after 6 months of follow-up;all of thepatients had complete continence at 1 year after the procedure. Contracture bladder neck was 5.71% (4 cases). Conclusion: Vesicourethral alignment technique during laparoscopic radical prostatectomy is a feasible and promising approach with a high rate of early and late continence, minimal rate of urinary extravasation, andan acceptable rate of stricture. This technique could be considered as an alternative in anatomically demanding situations. การผาตดมะเรงตอมลกหมากผานกลองดวยวธวางทอปสสาวะและกระเพาะปสสาวะในแนวเดยวกน ประสบการณ 5 ปเกยวกบการกลนปสสาวะในโรงพยาบาลพระมงกฎเกลา สาธต ศรบญฤทธ, ณฐพงศ บณษร, วรลกษณ เลศไพวลย,พนเกยรต เรองโภคา หนวยศลยกรรมระบบปสสาวะ กองศลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกฎเกลา กรงเทพฯ บทคดยอ วตถประสงค: รวบรวมขอมลยอนหลงผลลพธดานการกลนปสสาวะหลงการผาตดมะเรงตอมลกหมากผานกลองดวยวธวางทอปสสาวะและกระเพาะปสสาวะในแนวเดยวกนซงทำในโรงพยาบาลพระมงกฎเกลา ผปวยและวธการศกษา: ทำการศกษาเชงพรรณนาโดยนำขอมลจากประวตการรกษาผปวยทไดรบการผาตดมะเรงตอมลกหมากผานกลองดวยวธวางทอปสสาวะและกระเพาะปสสาวะในแนวเดยวกนจำนวน 70 ราย หลงการตดตอมลกหมากออกแลวคอกระเพาะปสสาวะจะถกเยบใหมขนาดเสนผานศนยกลาง 1 เซนตเมตร สายสวนปสสาวะชนด Foley ขนาด 20 F จะถงสอดผานรเปดทอปสสาวะเพอเขาไปยงกระเพาะปสสาวะ สายสวนปสสาวะชนด Foley จะถกใสนำปรมาณ 20 มลลลตรเพอใหลกโปงสวนปลายขยายออก หลงจากนนทำการดงรงทอปสสาวะไวใหคงท ในการศกษานผศกษาไมไดใชทอปสสาวะผานออกทางหนาทองของผปวย ผลการศกษา: ระยะเวลาตดตามการรกษาอยระหวาง 12-60 เดอน ระยะเวลาเฉลยทใชในการผาตด 185 นาทใชสารประกอบของเลอดใหผปวยจำนวน 2 ราย (รอยละ 2.86) ระยะเวลาเฉลยทผปวยตองใสสายสวนปสสาวะคอ 14.45 วน ผปวย 32 รายสามารถกลนปสสาวะไดในชวงแรกหลงผาตด (รอยละ 45.71) ทระยะเวลา 6 เดอนหลงการผาตดผปวย 53 รายสามารกลนปสสาวะไดอยางสมบรณหลงจากผาตดไป 6 เดอน (รอยละ 75.71) และผปวยทไดรบการผาตดทกรายมการกลนปสสาวะไดอยางสมบรณเมอเวลาผานไป 1 ปหลงการผาตด พบการตบรเวณคอกระเพาะปสสาวะในผปวย 4 ราย (รอยละ 5.71) สรป: การผาตดมะเรงตอมลกหมากผานกลองดวยวธวางทอปสสาวะและกระเพาะปสสาวะในแนวเดยวกนสามารถทำไดงายและผปวยซงไดรบการผาตดดวยวธนสามารถกลนปสสาวะไดอยางรวดเรวหลงผาตด, มปสสาวะรวนอยและเกดการตบของคอกระเพาะปสสาวะในอตราทยอมรบได การผาตดดวยวธนสามารถใชเปนทางเลอกในการรกษามะเรงตอมลกหมาก